ประกันบ้าน คุ้มครองภัยน้ำท่วมบ้านได้..จริงไหม?


 ประกันบ้าน คุ้มครองภัยน้ำท่วมบ้านได้..จริงไหม? 

     

        พอเข้าช่วงหน้าฝน ตั้งแต่ช่วงกันยาที่ผ่านมา มีหลายๆพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินไม่มากก็น้อยบางที่ใช้วิธีการป้องกันน้ำเข้าบ้าน ด้วยการกั้นกระสอบทรายหรือทำผนังกันน้ำต่างๆ ซึ่งวิธีดังกล่าว อาจจะช่วยได้แค่วิธีเฉพาะหน้าตามสถานการณ์ ถ้าน้ำเกิดท่วมเข้ามาในบ้านได้จริงๆ หลังจากที่น้ำลด เราต้องฟื้นฟูความเสียหายของบ้านและของใช้ภายในบ้านต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้  “เงิน” ไม่น้อย แล้วเราพอจะมีวิธีการอะไรบ้าง ที่จะช่วยบรรเทาภาระตรงนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว วันนี้ ANC พาทุกคนมาศึกษากันค่ะ
 


การทำประกันภัยบ้าน
        การทำประกันบ้านกับบริษัทประกันภัยต่างๆ เมื่อในอนาคตเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น การทำประกันจะช่วยการันตีได้ระดับหนึ่งว่า จะมีคนเข้ามาช่วยดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ จากเดิมที่เราจะต้องควักเงินตัวเองจ่าย 100% ก็อาจเหลือเพียง 20 – 30% ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยทีเดียว
 
ประกันอัคคีภัยจำเป็นแค่ไหน แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับน้ำท่วม?

       โดยปกติแล้วเวลาที่เรากู้เงินซื้อบ้านกับธนาคาร กฎหมายจะบังคับให้เราต้องทำประกันอัคคีภัย เพราะหากอนาคตเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เกิดเพลิงไหม้ หรือภัยธรรมชาติต่างๆ จนบ้านของเราเกิดความเสียหาย คำถามต่อมา..ใครจะเป็นคนมารับผิดชอบตรงส่วนนี้?
แน่นอนหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ บริษัทประกันภัยเข้ามาช่วยคุ้มครอง เว้นแต่ถ้าใครที่ซื้อบ้านด้วยเงินสด เราจะทำหรือไม่ทำประกันอัคคีภัยก็ได้ แล้วแต่เราพิจารณา แต่ถ้าใครที่กู้กับธนาคารหรือกำลังผ่อนแบงค์อยู่ “ตามกฎหมายหรือระเบียบผู้ขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดเอาไว้แล้วว่าจำเป็นต้องทำประกันอัคคีภัย” และต้องทำตลอดจนครบจบอายุสัญญาสินเชื่อ
 
ประกันอัคคีภัย คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า “คุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องไฟไหม้” เพียงเท่านั้นซึ่งการเกิดไฟไหม้มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยที่สุด และทำให้ให้เกิดการสูญเสียทรัพย์มากที่สุดแต่จริงๆแล้วถ้าเราดูในรายละเอียดของกรมธรรม์ ความคุ้มครองของประกันอัคคีภัยจะครอบคลุมไปถึงเรื่องภัยธรรมชาติต่างๆ และแน่นอนว่ามีเรื่อง “ภัยจากน้ำท่วม” แต่สำหรับรายละเอียดของกรมธรรม์ จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละบริษัท
**โปรดดูรายละเอียดและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง
 
 
 
6 ภัยของประกันอัคคีภัย ได้แก่

        ภัยจากไฟไหม้ : คุ้มครองทั้งกรณีที่บ้านเราเป็นต้นเพลิง หรือเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ที่ลามมายังบ้านเรา รวมถึงเหตุการณ์ไฟป่าต่างๆ หรือเหตุจากความประมาทและอุบัติเหตุใดๆก็ตาม ก็จะได้รับความคุ้มครองด้วยเช่นกัน แต่กรณีเพลิงไหม้ที่เกิดจากความเจตตนา หรือผู้เอาประกันจงใจเผาบ้านตัวเอง อันนี้บริษัทประกันมีสิทธิปฏิเสธการให้ความคุ้มครองได้


        ภัยจากฟ้าผ่า : กรณีฝนตกและฟ้าผ่าลงมา สร้างความเสียหายแก่ตัวอาคารหรือที่อยู่อาศัย และหากกระแสไฟฟ้าอันเนื่องมาจากฟ้าผ่าครั้งนั้นๆ ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเกิดลัดวงจรและพังเสียหาย ก็ได้รับความคุ้มครอง

 

        ภัยจากระเบิด : สำหรับบ้านอยู่อาศัยจะให้ความคุ้มครองจากเหตุการณ์ระเบิดทุกกรณี (ยกเว้นระเบิดที่เกิดจากอาวุธ) รวมถึงเหตุการณ์หม้อแปลงไฟฟ้าหน้าบ้านระเบิด แล้วสร้างความเสียหายให้กับตัวบ้าน ก็จะได้รับความคุ้มครอง
        แต่สำหรับอาคารพาณิชย์ หรือที่อยู่อาศัยที่มีการประกอบกิจการอื่นหากเกิดการ  ระเบิดขึ้นในเวลาทำการของกิจการนั้นๆ จะไม่ได้รับความคุ้มครอง แต่ถ้าหลังเลิกงานเวลาทำการ แก๊สเกิดดันระเบิดในระหว่างที่ทำข้าวเย็นกินอยู่ อันนี้ถึงจะได้รับความคุ้มครอง


 
        ภัยจากยานพาหนะ : กรณีการเฉี่ยว/ชน ของยานพาหนะต่างๆ ซึ่งนอกจากรถยนต์หรือเรือแล้ว ก็ยังรวมไปถึงสัตว์ที่เป็นพาหนะด้วย เช่น ช้าง ม้า เป็นต้น แต่ทั้งนี้พาหนะที่เป็นต้นเหตุ จะต้องไม่ใช่ทรัพย์สินที่เป็นของผู้เอาประกัน ต้องเป็นการกระทำจากบุคคลภายนอก หรือคนในครอบครัวอื่นๆเท่านั้น

 

        ภัยจากอากาศยาน : เช่น เครื่องบิน รวมถึง จรวด (ยกเว้นอากาศยานหรือจรวดที่เป็นอาวุธ) สมมุติเกิดชิ้นส่วนของดาวเทียมหลุดวงโคจรแล้วตกมาใส่บ้านเรา ก็จะได้รับความคุ้มครอง  หากเป็นกรณีบินโดรน ก็ถือเป็นอากาศยานมวลเบาแบบไร้คนขับ ซึ่งทางบริษัทประกันเค้าก็จะไปเรียกร้องค่าเสียหายจากคนที่บังคับโดรนนั้นๆ 
         แต่กรณีพลุ/บั้งไฟตกใส่หลังคาบ้าน กลุ่มนี้ไม่ใช่อากาศยานก็จะไม่ได้รับความคุ้มครอง แต่ถ้าตกลงมาแล้วเกิดเพลิงไหม้ ก็จะเข้าข่ายภัยจากไฟไหม้ก่อนหน้านี้นั่นเอง)

 

        ภัยเนื่องจากน้ำ : กรณีนี้จะไม่รวมน้ำท่วม หลายๆคนเข้าใจผิดกันเยอะมาก 
โดยคำว่าภัยจากน้ำในที่นี่ให้หมายถึง ความเสียหายจากน้ำที่ไหลซึมเข้ามาตามรอยร้าวของตัวอาคาร อาจมาจากฝ้าเพดาน/ท่อน้ำ/รางน้ำ/หลังคารั่ว หรือใดๆก็ตามที่น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ (จากบนลงล่าง) และส่วนใหญ่ก็จะเกิดขึ้นภายในอาคาร หรือใต้ชายคาของตัวบ้านเป็นหลัก เช่น ลืมเปิดก๊อกน้ำไว้จนน้ำเอ่อล้นทำให้พื้นบ้านเสียหาย อันนี้จะได้รับความคุ้มครองแต่ถ้าเราลืมปิดประตู/หน้าต่างแล้วฝนสาดเข้ามาในบ้าน แบบนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
 


4 ภัยธรรมชาติ ที่ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม มีดังนี้

        ภัยจากลมพายุ : ในที่นี้รวมไปถึงภัยจากน้ำในทะเล หรือคลื่นในมหาสมุทร ซึ่งอาจโดนลมพายุพัดมาจนทำให้เกิดคลื่นน้ำซัดเข้าสู่แนวชายฝั่ง แล้วเกิดความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยด้วย 

        ภัยจากน้ำท่วม : นอกจากอุทกภัยที่มาจากภายนอกแล้ว กรณีใดๆก็ตามที่เป็นเหตุการณ์ของน้ำผุดขึ้นมาจากพื้นดิน (จากล่างขึ้นบน) ในทางประกันภัยเค้าจะถือว่าเป็นภัยจากน้ำท่วมทั้งหมด

       ภัยจากแผ่นดินไหว : เป็นแรงสั่นสะเทือนที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินได้ ซึ่งรวมถึงภัยจากภูเขาไฟระเบิด สึนามิ และคลื่นใต้น้ำด้วย

       ภัยจากลูกเห็บ : ก้อนน้ำแข็งที่ตกลงมาจากท้องฟ้า อาจเป็นช่วงหน้าหนาว หรือมาพร้อมกับลมพายุที่พัดหอบน้ำแข็งเหล่านี้มาจากที่อื่น แล้วตกลงมาสร้างความเสียหายแก่หลังคาบ้านหรือทรัพย์สินอื่นๆ
 
โดยภัยธรรมชาติทั้ง 4 ที่ได้กล่าวมา คปภ. เป็นผู้กำหนดให้บริษัทประกันภัยต่างๆ ขยายความคุ้มครองให้กับผู้เอาประกัน โดยที่ผู้เอาประกันไม่ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม แต่จะมีการจำกัดวงเงินเอาไว้
 
 
ควรทำประกันอัคคีภัยราคาเท่าไหร่?
        ตามหลักประกันภัยแนะนำสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 70% ของมูลค่าบ้านและทรัพย์สินถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างครอบคลุมความเสียหายส่วนใหญ่ได้ดี รวมถึงเจ้าของบ้านจะต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มเพียง 30% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันภัยแต่ละคน ว่ามีความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันมากน้อยแค่ไหน เพราะนี่เป็นแค่หลักการเบื้องต้นที่บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่แนะนำมาให้เท่านั้น

 

_________________________________

 

 

 

อุ่นใจ เมื่อภัยทำร้ายบ้านเรา เบี้ยประกันเริ่มต้น 700.-/ ปี

🛒 >> https://bit.ly/3JAFIsj